Forum:คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
กรกฎาคม 25, 2014, 06:00:32 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จากวิสัยทัศน์ 2570 สู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 11  (อ่าน 8722 ครั้ง)
admin
Administrator
Jr. Member
*****
กระทู้: 74


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 12:04:39 pm »



แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นการกำหนดกรอบแนวคิด แนวทาง ทิศทางการพัฒนาประเทศไทย  ในแต่ละช่วงระยะเวลา 5 ปี
   ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยฯ์
   ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
   ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและยั่งยืน
   ยุทธศาสตร์การพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพฯ
   ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างธรรมาภิบาล
   การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติและการติดตามประเมินผล

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดประชุมประจำปี 2552 เรื่อง"จากวิสัยทัศน์ 2570 สู่แผนฯ  11" เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2552 เพื่อรายงานผลการพัฒนาประเทศและความก้าวหน้าตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 รวมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกำหนดทิศทางและกำหนดประเด็นการพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมได้สรุปแนวโน้มหลักที่ประเทศไทย และโลกอาจต้องเผชิญใน 20 ปีข้างหน้าไว้ 7 ประการ ได้แก่

1)  การรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว
                2)  เศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนศูนย์กลางอำนาจมาอยู่ในประเทศแถบเอเชียมากขึ้น
                3)  การเปลี่ยนแปลงด้านการเงินโลก ซึ่งจะมีความผันผวนและความเสี่ยงมากขึ้น
                4)  ประชากรสูงอายุของโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง แต่จะเป็นโอกาสของประเทศไทยในการบริการผู้สูงอายุ
                5)  ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ซึ่งประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อม
                6)  แนวโน้มปัญหาด้านพลังงาน ซึ่งจะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมของโลก
                7)  ปัญหาภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งกระทบต่อธรรมชาติ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต

และจากการประเมินการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกดังกล่าวข้างต้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่สมดุลจะก่อให้เกิดผลกระทบจากภาวะวิกฤตสำคัญ 4 ประการ คือ

1)  วิกฤตการณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในสภาพภูมิอากาศของโลก (Climate Change Crisis)
                 2)  วิกฤตการณ์น้ำมันและพลังงาน (Oil & Energy Crisis)
                 3)  วิกฤตการณ์ทางด้านอาหารและความหิวโหย (Food & Hunger Crisis)
                 4)  วิกฤตการณ์ทางด้านการเงินและเศรษฐกิจ (Financial And Economic Crisis)

ความไม่สมดุลทางด้านเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ก่อตัวขึ้นในระหว่างปี พ.ศ. 2540-2550 ได้พัฒนาเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในปี พ.ศ. 2551-2552 และมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงบริบทโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงื่อนไขการพัฒนาประเทศในอนาคต วิกฤตการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาการบริหารจัดการเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะยาวยังคงเปิดโอกาสและสร้างความท้าทายต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน ประเด็นการพัฒนาประเทศไทยจึงต้องกำหนดให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คือ

1.  การดำเนินมาตรการเพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะปานกลางที่จะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งการเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับปัจจัยการผลิตเพื่อมิให้ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นข้อจำกัดต่อศักยภาพการผลิตในระยะยาว
                2.  การสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงบริบทโลกในระยะยาว เพื่อเตรียมพร้อมในการฉกฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ
                    2.1  โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ ทางเศรษฐกิจและการเงินโลก ในการขยายตลาดและการสร้างความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนและลดความเสี่ยงจากภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ
                    2.2 โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ทางด้านอาหาร พลังงานและสิ่งแวดล้อมโลก ในการส่งออกสินค้า อาหาร โดยอาศัยความได้เปรียบของภาคการเกษตร การพัฒนามูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและอาหาร การพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างสมดุลระหว่างความต้องการด้านอาหารและพลังงาน
                    2.3  โอกาสจากความตื่นตัวในความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก โดยการสร้างงาน สร้างรายได้ และการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน (Green Jobs, Green Growth, Green Economy)
                    2.4  โอกาสจากการปรับตัวของประชากรโลก เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในการขยายตัวของภาคธุรกิจบริการในประเทศไทย โดยเฉพาะการให้บริการดูแลผู้สูงอายุ การให้บริการทางการแพทย์และสุขภาพ การให้บริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะอยู่พำนักในระยะยาว
                    2.5  โอกาสในการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเร่งอัตราอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการผลิต การค้า การลงทุน การสร้างความร่วมมือ เพื่อปัญหาความเสี่ยงทางการเงิน และปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายนอก รวมทั้งความร่วมมือในการพัฒนาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค

ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มเข้าสู่ภาวะหดตัวตั้งแต่ปลายปี 2551 ได้สะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีความเปาะบาง เนื่องจากต้องพึ่งพิงเศรษฐกิจภายนอกประเทศในสัดส่วนที่สูงขึ้น ดังนั้น  จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศจากการพึ่งพิงปัจจัยการผลิตที่มีราคาถูกและใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรม เพื่อไปสู่เศรษฐกิจที่มีระดับการพัฒนาที่สูงขึ้นโดยการมองหาพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการพัฒนาด้วยการเจริญเติบโตแบบสมดุลและยั่งยืนบนพื้นฐานของความได้เปรียบที่แท้จริงของประเทศ คือ การให้ความสำคัญกับการพัฒนา "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" ซึ่งเป็นแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้ (Knowledge) การศึกษา (Education) การสร้างสรรค์งาน (Creativity) และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ที่เชื่อมโยงกับรากฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรู้ทางสังคมและเทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่ โดยขับเคลื่อนการพัฒนาในวงกว้างให้ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจจริงและเชื่อมโยงกันทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคการบริการอยู่บนพื้นฐานของความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งนี้ การพัฒนาจะต้องมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Creative And Green Economy) ซึ่งเป็นระแสการพัฒนาของโลกในปัจจุบัน

การขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาประเทศที่เผชิญทั้งการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ความกดดันจากระบบทุนนิยม แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย และทั้งวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้สะท้อนความอ่อนแอของฐานรากสังคมไทย การปรับกระบวนทรรศน์ใหม่ของการพัฒนาสังคมจึงเป็นความจำเป็นและนำไปสู่แนวคิดการออกแบบโครงสร้างทางสังคมให้มีความแข็งแกร่งตั้งแต่ฐานรากเชื่อมต่อกันตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศและเป็นเครือข่ายของสังคมโลกอย่างมีภูมิคุ้มกันที่ดี จึงควรมีการวางโครงสร้างสถาปัตยกรรมทางสังคม หรือหาทางเลือกใหม่ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทไทยและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยการปรับโครงสร้างทางสังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งและรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยนำหลักคิดและแนวทางปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ต่อยอดกับทุนทางสังคมที่ยังมีอยู่หลายด้านอย่างจริงจัง การพัฒนามนุษย์ให้มีค่านิยมจิตสาธารณะ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่มีคุณภาพ การพัฒนาสังคมที่ฐานราก ตั้งแต่ชุมชนท้องถิ่นให้สามารถพัฒนาความเข้มแข็งทุกด้านด้วยตัวเอง มุ่งสร้างกลไกและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการกระจาย ผลประโยชน์จากการพัฒนาสู่ชุมชนท้องถิ่นควบคุมกับการผลักดัน และแก้ไขกฎระเบียบให้มีการกระจายอำนาจอย่างสอดคล้องกันให้สังคมไทยทุกระดับพร้อมรับผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตต่าง ๆ

จากการวิเคราะห์สถานการณ์ความสงบของประเทศ ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนพบว่า ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระดับดัชนีความสุข (Peace Index) อยู่ในระดับต่ำ โดยสถานการณ์ความสงบสุขของไทยในปี 2551 แย่ลงกว่าปี  2550 โดยมีอันดับลดลงจากอันดับที่ 105 ไปอยู่อันดับที่ 118 จากการจัดอันดับประเทศทั่วโลกจำนวน 140 ประเทศ ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระดับความสงบสุขต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และต่ำที่สุดเป็นอันดับที่สองในกลุ่มประเทศ ASEAN รองจากประเทศพม่า (อันดับที่ 126) เพียงประเทศเดียว ทั้งนี้ปัจจัยเชิงลบที่มีผลต่อสถานการณ์ความสงบสุขของไทย เช่น อาชญากรรมที่รุนแรงเพิ่มขึ้น เสถียรภาพรัฐบาล การละเมิดมนุษยชนการแสดงออกด้านความรุนแรง เป็นต้น

แนวทางที่จะลดทอนความขัดแย้งเพื่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนสังคมสู่สมดุล ต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาสัญญาประชาคมใหม่ทีจะต้องมีลักษณะเป็นพลวัต สามารถเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ให้เหมาะสมตามยุคสมัยและต้องเป็นที่ยอมรับร่วมกันในสังคมไทย ดังนั้นการสร้างสัญญาประชาคมใหม่ จึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการและวิธีดำเนินการที่เป็นขั้นเป็นตอน ยึดประชาชนและพื้นที่เป็นตัวตั้ง เพื่อนำไปสู่การตกลงร่วมกันของทุกภาคส่วน ที่จะร่วมกันสร้างสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข ภายใต้วิถีไทยที่ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วัฒนธรรมประชาธิปไตยและการมีธรรมาภิบาล โดยเป้าประสงค์ของการสร้างสัญญาประชาคมเพื่อ

1)  สร้างสังคมที่มีคุณค่าร่วม (Share Value)  ในเรื่องวัฒนธรรมประชาธิปไตยและวัฒนธรรมธรรมาภิบาลที่เชื่อถือและยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ความเป็นพลเมือง การไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ความซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมที่มีความหลากหลาย (Plural Society) ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อและขนบธรรมเนียมประเพณี
                 2)  ภาคีทุกภาคส่วนมีบทบาทร่วมกันขับเคลื่อน "สัญญาประชาคมใหม่" บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้เกิดความคิดร่วม (Social Commitment) เป็นแนวปฏิบัติในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ทางเลือกใหม่ของสังคมไทย คือ การออกแบบสังคมที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นแนวคิดเชิงบูรณาการของเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพมนุษย์ ทั้งความตระหนักและการมีส่วนร่วมในทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาของชุมชนภายใต้สถานการณ์ที่เสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดี และเป็นไปตามศักยภาพของแต่ละคน โดยสะท้อนจากสังคมใน 4 มิติ คือ สังคมแห่งความเอื้ออาทรและสมานฉันท์ (Social Cohesion) ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม (Social-Economic Security) การรวมกลุ่มเพื่อสร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างเป็นธรรม (Social Inclusion) การเสริมพลังทางสังคม (Social Empowerment)
                 

แหล่งที่มา : วารสารสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 สิงหาคม-กันยายน 2552

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) โดยอยู่ในขั้นตอน การระดมความคิดเห็นจากภาคีพัฒนาในทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

จากวิสัยทัศน์ 2570 ส่แผนฯ 11 จากวสยทศน 2570…สูแผนฯ 11 - Nesdb
สรุปสาระสำคัญ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐
เค้าโครงการเศรษฐกิจ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม(ปรีดี พนมยงค์)
(ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙)
(ร่าง) ยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559
ทิศทางแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (ฉบับชุมชน) แผนฯ 11 ... สู่สังคมแห่งความสุขอย่างมีภูมิคุ้มกัน
ทิศทางแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ฉบับเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่1-11
บันทึกการเข้า
chai56
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 27


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 20, 2011, 03:38:08 pm »

Vision 2570 - Creative Economy 2570 (Economy 2552).pdf

แผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555-2564
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 12, 2013, 12:47:49 am โดย admin » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!